ยินดีต้อนรับคร้า

Blog นี้ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความสวย ความงาม เคล็ดลับต่างๆเอาใจสาว แต่หนุ่มๆก็เอาไปใช้ได้นะ สนใจ ช่วยกดติดตามกันด้วยนะคร้า ขอบคุณค่ะ

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สปาที่บ้านด้วยตัวคุณเอง

ถ้าคุณอยากจะเปลี่ยน บรรยากาศในบ้านให้เป็นสปาแบบง่ายๆ เพื่อใช้เวลาในวันว่างโดยไม่ต้องไปเสียเงินแพงๆ ก็น่าจะทำเองได้ไม่ยาก เพียงแต่จัดบริเวณที่ชอบที่สุด เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือห้องน้ำ เก็บกวาดให้สะอาด ตกแต่งบรรยากาศด้วยต้นไม้ดอกไม้ หรือหาอ่างน้ำลอยกลีบดอกไม้มาวางสักใบก็ให้บรรยากาศชุ่มเย็นดี อาจหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบลงไปบนเตาอุ่นให้ร้อนจนกลิ่นหอมฟุ้งกระจาย ทั่วห้อง เติมสีสันอีกนิดด้วยเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ ช่วยผ่อน-คลายจิตใจให้สบาย จัดการอาบน้ำ ล้างหน้า ชำระร่างกายให้สะอาดสดชื่น ก่อนจะเริ่มการบำบัดโดยการนวดให้กันและกัน หรือทำสปาบำรุงผิวด้วยการบรรเลงสิ่งต่างๆ ลงบนผิวตัว ผิวหน้า และเส้นผมของคุณเองตามที่เราจะแนะนำต่อไป

คุณค่าจากธรรมชาติที่คุณหาได้ใกล้มือพืช ผักผลไม้หลายชนิดมีวิตามิน แร่ธาตุ และสารประกอบที่ช่วยในการบำรุงผิวพรรณและเส้นผม ตัวอย่างที่เรานำมาแนะนำเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่หาง่าย ราคาไม่แพง แต่ได้ผลดีสุดคุ้ม จะเลือกใช้อย่างไรคงต้องพิจารณาจากสภาพผิวของคุณเองด้วย มาดูกันว่าสามารถหยิบอะไรมาใช้ได้บ้าง
ขมิ้นชัน สีเหลืองอมส้ม ที่นิยมนำมาทำแกงเหลือง หรือแกงปักษ์ใต้ มีฤทธิ์ร้อนในตัวเอง จัดเป็นพระเอกของการรักษาผิว ช่วยลบจุดด่างดำทำให้ผิวเปล่งปลั่งเนียนขึ้น บรรเทาผดผื่นคันทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และช่วยรักษาสิวทำให้สิวสุกและแห้งเร็ว สามารถใช้ได้ทั้งแบบแห้งและเปียก

แบบแห้ง นำขมิ้นชันมาปอกเปลือก แล้วฝานเป็นแผ่นบางๆ นำมาทาที่ผิวบริเวณที่เป็นผดผื่นคันโดยตรง ทิ้งไว้ประมาณ 30-60 นาทีค่อยล้างออก หากต้องการเก็บไว้นานก็นำไปตากแห้งแล้วค่อยบดให้ละเอียดจนเป็นผงใช้ทาบนผิว หรือผสมกับสมุนไพรอื่นๆ

แบบเปียก มาขมิ้นชันมาคั้นกับน้ำ ผสมดินสอพอง มะขามเปียก ใช้ขัดหรือพอกผิวได้ หรือต้มกับน้ำ ผสมเป็นน้ำอาบ หรือลงไปแช่ทั้งตัวก็ได้

ดินสอพอง ที่เรานิยมเอามาประแป้งกันในวันสงกรานต์ ทำจากดินขาวหรือเกาลินที่มักจะนำมาผ่านกระบวนการอบร่ำกับกลิ่นดอกไม้มาแล้ว เป็นแป้งที่มีความเย็นจึงช่วยบรรเทาผดผื่นได้ หรือทำเป็นดินพอกหน้า ช่วยกระชับรูขุมขนให้ผิวเรียบเนียนขึ้นไม่แพ้ครีมพอกหน้าที่ขายกันแพงๆ (หากสังเกตดีๆ จะเห็นส่วนผสมที่ทำจากดินเกาลินเหมือนกัน) ก่อนใช้ควรนำดินสอพองมาอบ หรือคั่วในกระทะให้ร้อนเพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วบดให้ละเอียด ผสมกับผงขมิ้น ในอัตราส่วน 10 : 1 สำหรับผู้ใหญ่ และ 20 : 1 สำหรับใช้ในเด็ก เวลาใช้นำไปผสมน้ำเย็นจัดพอให้ข้น ทาให้ทั่วผิว พอกทิ้งไว้ 15-30 นาที เหมาะกับคนที่ผิวบอบบางแพ้ง่าย หากผสมกับนมสดจะใช้บำรุงผิวให้นุ่มนวล หรือคนที่ผิวมันหรือผิวแห้งมากอาจนำดินสอพองที่ผสมผงขมิ้นแล้วมาเติมน้ำผึ้ง ลงไปสัก 2 ช้อนโต๊ะ พอกหน้าไว้ประมาณ 5-10 นาทีแล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น จะช่วยปรับสภาพผิวได้ดีขึ้น
น้ำผึ้ง ในเชิงแพทย์แผนโบราณถือว่าน้ำผึ้งเป็นยาอายุวัฒนะ มีการใช้น้ำผึ้งเป็นตัวประสานเนื้อยาสมุนไพรในการทำยาลูกกลอนมาแต่โบราณ เมื่อใช้กับการบำรุงผิวก็จะแทนมอยสเจอไรเซอร์ ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งชุ่มชื่นและนุ่มนวล เหมาะกับฟื้นฟูสภาพผิวที่แห้ง แตกเป็นขุย หรือผิวมัน

วิธีใช้ ให้นำน้ำผึ้งประมาณ 3 ช้อนโต๊ะผสมกับดินสอพองหรือผงขมิ้น ครึ่งช้อนชา ใช้แทนครีมนวดหน้า ประมาณ 15 นาทีจึงล้างออก หรือหากต้องการบำรุงผิวเป็นพิเศษสำหรับคนผิวหน้ามัน ให้เอาน้ำผึ้งผสมไข่ขาวทาให้ ทั่วใบหน้า (เว้นรอบดวงตา) หากผิวแห้ง ใช้น้ำผึ้งผสม ไข่แดง หรือโยเกิร์ต ช่วยบำรุงผิวล้ำลึกถึงผิวชั้นในได้

มะขามเปียก คุณทราบไหมว่ามะขามเปียกเป็นสินค้าส่งออกของบ้านเราไปยังประเทศที่ผลิต น้ำมันเพื่อไปล้างท่อน้ำมัน เป็นข้อยืนยันว่ามะขามเปียกมีสรรพคุณในการทำความสะอาดความมันบนใบหน้าอย่าง ล้ำลึก ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง โดยเฉพาะจะเหมาะมากกับผู้ใหญ่ที่เริ่มมีริ้วรอยเหี่ยวย่น หรือคนที่เป็นฝ้า ในมะขามเปียกจะมีสาร AHA ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป และมีสารเคลือบผิวเป็นฟิล์มบางๆ ช่วยเคลือบเซลล์ที่เริ่มแห้งเพราะสูญเสียความชุ่มชื้น เมื่อใช้เป็นประจำจะค่อยๆ ลบเลือนริ้วรอยได้ และช่วยทำให้ผิวเต่งตึงขึ้น

วิธีใช
้ เวลาเราไปซื้อมะขามเปียกจากตลาดจะขายเป็นปั้นๆ ขนาดกำมือ แบ่งมาสักส่วนหนึ่ง ดึงใยและผิวแข็งๆ ออกให้เหลือแต่เนื้อและกากเล็กน้อย ใช้ถูนวดบนผิวหนังเป็น scrub ได้อย่างดี หรือเติมน้ำแล้วคั้นกรองเอาแต่น้ำมะขามให้ได้น้ำประมาณ 1 ถ้วยเล็กๆ นำมาชโลมผิวตัว ถ้าผิวหน้าก็ใช้เพียง 1-2 ช้อนโต๊ะ ทิ้งไว้ 3-5 นาที ค่อยล้างออก
มะเขือเทศ ช่วยบำรุงผิวให้นุ่มเนียนใสเป็นสีชมพู โดยใช้มะเขือเทศสุกลูกโตๆ 1 ลูก แช่ให้เย็น แล้วนำมาฝานเป็นแว่นบางๆ แปะไว้ให้ทั่วผิวหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 30-60 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำเย็น หรืออาจใช้มะเขือเทศสีดาที่ใช้ทำส้มตำสัก 2-3 ลูก นำมาเจาะแล้วคว้านเอาน้ำข้างในออกมาชโลมผิวหน้า หรือผ่าแบ่งครึ่งแล้วกลับเอาด้านในออกมาคลึงเคล้าไปบนใบหน้าก็ได้

แตงกวา เราสามารถใช้น้ำที่คั้นจากแตงกวามาชะโลมที่ผิว เพื่อรักษาความชุ่มชื้นบนใบหน้า และรอบดวงตา โดยเฉพาะช่วงหลังจากตากแดดมานานๆ ทำให้ผิวเย็น นำแตงกวา 2 ลูกหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วใส่เครื่องปั่นให้ละเอียด ผสมกับน้ำวุ้นว่านหางจระเข้และน้ำผึ้ง ใช้ล้างหน้าแทนสบู่ หรือพอกไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก หรือฝานเป็นแว่นบางๆ วางแปะบนผิวหน้า พอรู้สึกว่าแห้งติดผิวแล้วก็ดึงออกเป็นมาสก์ (mask) ที่ช่วยดึงสิ่งสกปรกและเซลล์ที่ตายแล้วหลุดออกจากผิวหนังไปด้วย เป็นการรักษาความสะอาดในชั้นผิวที่ลึกขึ้น แล้วค่อยล้างน้ำออกเป็นปกติ
ว่านหางจระเข้ เป็นพืชสารพัดประโยชน์ ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว เคลือบผิวเพื่อรักษาสมดุลของน้ำและไขมันใต้ผิวหนัง รักษาผิวอักเสบ และผิวที่ถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวกได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยปรับสภาพผิวไม่ให้แห้งหรือมันมากเกินไป และรักษาสิว ฝ้า
วิธี ใช้ เมื่อตัดว่านหางจระเข้แล้วแช่น้ำไว้สักครู่ให้ยางเหลืองไหลออกมา ปอกเปลือกแล้วล้างยางออกให้หมด เพราะส่วนนี้มีฤทธิ์กัดผิว นำแต่วุ้นสีขาวด้านในมาหั่นเป็นแผ่นบางๆ ทาบนผิวเป็นประจำช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง หรือบดให้ละเอียดคั้นจนได้น้ำวุ้นชโลมผิวบริเวณที่ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ให้เร็วที่สุด จะช่วยลดการพุพองให้น้อยลง และช่วยสมานผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากใครต้องการแก้สิวฝ้าใบหน้าด่างดำ ให้นำวุ้นแปะให้ทั่วใบหน้าพอกไว้จนแห้งประมาณ 30 นาทีเป็นอย่างน้อย แล้วค่อยล้างออก

นอกจากนี้ยังวุ้นของว่านหางจระเข้ก็ยังสามารถนำมา ใช้หมักผมได้ ทำให้ผมนุ่มสลวย ในคนที่ผมเริ่มเปลี่ยนสีก็สามารถใช้ส่วนที่เป็นยางสีเหลืองที่ติดเปลือกมาทา ละเลงบนเส้นผม ช่วยย้อมให้ผมเป็นสีดำ เงางามยิ่งขึ้น แต่ต้องระวังควรใส่ถุงมือเวลาทำ เพราะยางเหลืองนี้มีฤทธิ์กัดผิว และเมื่อถูกผิวจะเปลี่ยนเป็นสีคล้ำอาจเกิดรอยด่างดำได้

น้ำมันมะกอก สามารถนำมาผสมกับน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบเล็กน้อย แล้วใช้เป็นน้ำมันนวดตัว เพื่อบำรุงผิวให้นุ่มนวลโดยเฉพาะกับคนที่ผิวแห้ง หรือนำมาใช้หมักผมเพื่อบำรุงให้ผมนุ่มสลวยไม่แห้งกรอบ ด้วยการชโลมน้ำมันเล็กน้อยประมาณ 1 ช้อนชาบนเส้นผมแล้วเอา ผ้าขนหนูอุ่นๆ ห่อไว้ เพื่อความร้อนจะได้ช่วยเปิดให้รูขุมขนขยายตัวรับอาหารที่ให้เข้าไปอย่างเต็ม ที่ หมักทิ้งไว้สัก 15 นาที แล้วค่อยสระออก สำหรับคนที่มีเส้นผมค่อนข้างอ่อนจัดทรงยาก อาจเอาน้ำมันมะกอกตีกับไข่แดงแล้วใช้หมักผมวิธีเดียวกัน โปรตีน และทองแดงในไข่แดงจะเคลือบบนเส้นผมช่วยให้ผมแข็งแรง มีน้ำหนักมากขึ้น

สูต รทรีตเมนต์ต่างๆ ตามภูมิปัญญาไทยเหล่านี้จะเห็นว่าเป็น การรวมวิธีการบำบัดทั้ง 5 แบบที่กล่าวถึงข้างต้นไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน คุณสามารถทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ หรือหมุนเวียนเปลี่ยนสูตรต่างๆ กันไป แล้วค่อยล้างออกด้วยการอาบน้ำสระผมตามปกติ ในการอาบน้ำ ยังอาจนำ ใยบวบ ที่เป็นเส้นใยธรรมชาติมาใช้แทนฟองน้ำช่วยขัดผิวและกระตุ้นการไหลเวียนของ เลือด ช่วยทำให้ผิวสะอาดและสดชื่นยิ่งขึ้น

เมื่อผิวคุณได้รับอาหาร อย่างเต็มที่ ก็จะมีสุขภาพดีและแข็งแรง และคุณเองก็ต้องไม่ลืมที่จะรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ เน้นความหลากหลายโดยเฉพาะผักและผลไม้เพื่อเสริมวิตามินและเกลือแร่ให้กับ ร่างกาย ลดของมันๆ ให้น้อยลง และทำ จิตใจให้เบิกบาน สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอยู่เสมอ เท่านี้ คุณก็จะได้ประโยชน์จากสปาสูตรบำรุงความสวยที่คุณทำได้เองที่บ้านอย่างเต็ม ที่แล้วล่ะค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สตอเบอรี่เพื่อสุขภาพ

"สตรอเบอรี่" ผลไม้เพื่อสุขภาพ



ความน่าสนใจของ "สตรอเบอรี่" ใช่แต่จะเพียงมีรูปทรงของผลที่สวยงาม เป็นเอกลักษณ์ละม้ายคล้ายหัวใจเท่านั้น เมื่อพิจารณาในแง่ของโภชนาการแล้ว ก็ยิ่งทำให้ “สตรอเบอรี่” เป็นผลไม้ที่ไม่ควรมองข้ามเลยเชียวล่ะ เพราะว่า..


"ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน""สตรอเบอรี่" เป็นผลไม้ที่มีวิตามินเอ, ฟอสฟอรัส, แคลเซียม และที่สำคัญคือมีวิตามินซี จำนวนมหาศาล โดยในวิตามินซีนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่ามีกรดอินทรีย์สำคัญที่เรียกว่า "กรดแอสคอร์บิก" (Ascorbic acid) ซึ่งช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ทั้งยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกายต่อโรคภัยต่างๆ เช่น โรคภูมิแพ้ และโรคหวัด เป็นต้น ที่สำคัญคือ ยังช่วยชะลอความชรา และการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร อีกด้วย


"ช่วยต้านอนุมูลอิสระ...สะกัดมะเร็ง"
หากเปรียบเทียบกับผลไม้ส่วนใหญ่ สตรอเบอรี่มีพลังสูงมากในการต้านอนุมูลอิสระ โดยมีกรดอินทรีย์, วิตามินซี และเอ, ฟอสฟอรัส, แคลเซี่ยม ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง และโรคหลอดเลือดอุดตัน ซึ่งจากผลการศึกษาพบว่า เมื่อเทียบน้ำหนักที่เท่ากันกับผลไม้ชนิดอื่น พลังในการต้านอนุมูลอิสระของสตรอเบอรี่สูงกว่าส้มถึงหนึ่งเท่าครึ่ง สูงกว่าองุ่นแดงถึงสองเท่า สูงกว่ากีวีสามเท่า สูงกว่ากล้วยหอม และมะเขือเทศเจ็ดเท่า และสูงกว่าแพรถึงสิบห้าเท่า...ว้าว!



นอกจากนี้ ผลสตรอเบอรี่ยังอุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์อีกหลายชนิด เช่น เคอซิติน (quercetin)  แอนโทไซยานิน (anthocyanin) เคมเพอรอล (kaempferol) รวมถึงวิตามินซีดังที่กล่าวมา ซึ่งพบว่ามีอยู่ในอัตราที่สูงมาก (สตรอเบอรี่ฝานบางๆ  1  ถ้วยจะมีวิตามินซี  ประมาณ  94  กรัม) โดยมีผลงานวิจัยมากมายยืนยันว่า สารดังกล่าวได้ไปช่วยยับยั้งการสร้างสารคาร์ซิโนเจน (Carcinogens)  ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการก่อโรคมะเร็ง รวมทั้งไปบล็อคกลไกหรือกระบวน (ตั้งแต่เริ่มแรก) ไม่ให้เกิดโรคขึ้น และถ้าเกิดขึ้นแล้ว มันก็จะไปยับยั้งเนื้องอก (tumors) ไม่ให้เจริญอีกต่อไป

ผิวขาวใสเร็วทันใจด้วยสตรอเบอร์รี่

มีเคล็ดลับ ความสวย สำหรับคนอยากสวย แต่ไม่ค่อยมีเวลามาฝากกันจ้า...


สิ่งที่ต้องดูแลรองลงมาจากผิวหน้า คือ ดวงตากับริมฝีปากสำคัญที่สุด การดัดขนตากับปัดมาสคาร่าคือ การเสริมเสน่ห์ดวงตาที่ง่ายที่สุด เคล็ดลับง่าย ๆ คือ ดัดขนตา 3 ครั้ง แล้วปัดมาสคาร่าซ้ำอีก 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย ดวงตาจะดูสวยขึ้นทันที และลิปสติกที่ทำให้ปากสวยอิ่มชุ่มฉ่ำ อย่างลิปกลอสที่ ทำให้ริมฝีปากน่ามองอย่างเป็นธรรมชาติ และดูสุขภาพดี


เคล็ดลับ ความสวย

            ผิวขาวใสเร็วทันใจด้วยสตรอเบอร์รี่ ให้พอกหน้าด้วยสตรอเบอร์รี่ฝานบาง ๆ หรือสับละเอียดทิ้งไว้สักพัก ระหว่างนั้นจะรับประทานส่วนที่เหลือไปด้วยก็ได้ หลัล้างออกแล้วจะพบว่าผิวขาวขึ้น ดูสดใสเปล่งปลั่งขึ้นทันตา นั่นเพราะสตรอเบอร์รี่มีสารฤทธิ์แรงช่วยเพิ่มเลือดฝาดให้ผิว และช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวให้กลับมามีชีวิตชีวา

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เคล็ดลับความสวย ดูแลข้อศอกและหัวเข่าด้วยน้ำผึ้ง



ข้อ ศอกและหัวเข่า ต้องได้รับการดูแลตลอด แม้ไม่ใช่ฤดูหนาวก็ตาม เพื่อไม่ให้ผิวพรรณบริเวณนั้นนุ่มนวลไม่แห้งกร้าน โดยเฉพาะในฤดูหนาวหรือคนที่ต้องทำงานในห้องแอร์ตลอด ข้อศอกและหัวเข่านั้นจะดูแห้งกร้านและมีรอยคล้ำจนเห็นได้ชัดกว่าส่วนอื่นๆ  ในตอนนี้เรามาดูแลผิวพรรณบริเวณข้อศอกและหัวเข่าด้วยน้ำผึ้งกันดีกว่า

* ขั้นตอนแรก เตรียมน้ำผึ้งแท้ประมาณ 6-7 ช้อนโต๊ะ แล้วนำไปอุ่นให้พอดี อย่าให้ร้อนจนเกินไป

* ขั้นตอนที่สอง ทำความสะอาดข้อศอก มือและหัวเข่าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นกับสบู่ แล้วซับให้แห้งด้วยผ้าขนหนู

* ขั้นตอนสุดท้าย ใช้ปลายนิ้วแตะน้ำผึ้งอุ่นๆที่เตรียมไว้ มาทาถูให้ทั่วๆข้อศอกและหัวเข่าทั้ง 2 ข้าง ขณะกำลังทาน้ำผึ้งนั้นก็ให้ออกแรงนวดคลึงบริเวณนั้นด้วย ทาจนน้ำผึ้งที่เตรียมไว้จนหมด แล้วทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นกับสบู่ เป็นอันเรียบร้อย



วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

6 สูตรพอกหน้า ขัดผิว ด้วยวิธีธรรมชาติ


สูตร 1 ครีมพอกหน้าแตงกวา (เหมาะสำหรับสาวผิวมันและผิวผสม)
ส่วนผสม  ใช้แตงกวา 1 ผล ไข่ไก่ 1 ฟอง (ใช้เฉพาะไข่ขาว) และมะนาว 1 เสี้ยว
วิธีทำ  หั่นแตงกวาเป็นแว่นบางๆ นำไปปั่นพร้อมกับไข่ขาว และบีบน้ำมะนาวลงไป ปั่นจนละเอียดเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบปากและดวงหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างหน้าตามปกติ
หมั่นทำบ่อยๆ ทุกสัปดาห์ จะช่วยลดความมันส่วนเกิน และช่วยสมานผิวหน้า กระชับรูขุมขน ช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียน เต่งตึงและและนุ่มนวลชุ่มชื้น

สูตร 2 พอกหน้าด้วยมะขามเปียก
ส่วนผสม  มะนาวเปียก 1 ก้อน ดินสอพอง 2-3 เม็ด
วิธีทำ  นำมาขยี้รวมกันจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างสะอาดผิวหน้าก็จะสดใส เต่งตึง เรียบเนียนขึ้น

สูตร 3 โทนเนอร์น้ำผลไม้
ส่วนผสม  น้ำแตงกวา มะเขือเทศ มะนาว และแตงโม อย่างละ 1 ช้อนชา
วิธีทำ  นำส่วนผสมทั้งหมดกวนให้เข้ากัน ใช้สำลีจุ่มส่วนผสมเช็ดเบาๆ ให้ทั่วหน้า น้ำผลไม้สูตรนี้จะช่วยสมานผิวและกระชับรูขุมขนเหมือนการใช้โทนเนอร์


สูตร 4 ครีมบำรุงผิวจากแตงกวา
ส่วนผสม แตงกวา
วิธีทำ  นอกจากแตงกวาจะนำมาใช้บำรุงผิวหน้าแบบง่ายๆ ที่เห็นกันบ่อยๆ คือ การฝานแตงกวาเป็นแผ่นบางๆ แปะไว้ตามใบหน้า วิตามินซีที่อยู่ในแตงกวาจะทำให้รู้สึกผิวนุ่มทันทีหลังใช้ อีกทั้งการนำแตงกวามาบด แล้วใช้ผ้าขาวบางกรองเอาแต่น้ำแล้วนำมาถูตัว จะรู้สึกหอมเย็นสบาย และช่วยให้ผิวสะอาด ไม่แห้งเป็นขุยอีกด้วย

สูตร 5 พอกหน้าด้วยขมิ้นสด
ส่วนผสม  ขมิ้นสดเล็กน้อย ดินสองพอง 2-3 เม็ด มะนาว 1ผล (เอาแต่น้ำ)
วิธีทำ ล้าง ขมิ้นสดให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ รวมกับดินสอพองและน้ำมะนาวจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน พอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

สูตร 6 สูตรอายุรเวทตำรับแพทย์อินเดียโบราณ
ส่วนผสม น้ำสับปะรดหรือมะละกอคั้น 1 ช้อนโต๊ะ ไข่แดงครึ่งช้อนชา น้ำส้มแอ๊ปเปิ๊ลไซดอร์ 1 ช้อนชา
วิธีทำ  นำส่วนผสมทั้งมากวนให้เข้ากัน ต่อจากนั้นนำมาทางบนมือหรือเท้า ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงจึงล้างออก คุณจะสัมผัสความนุ่มและคืนความชุ่มชื้นของผิวพรรณ สูตรนี้สามารถใช้ได้ทั้งมือและเท้า เป็นสูตรที่ผสมขึ้นจากธรรมชาติ จึงไม่เป็นพิษเป็นภัยกับผิวสวยๆ ของคุณ

ได้สูตรจากก้นครัวไปแล้ว อย่าลืมไปดูแลตัวเองกันนะคะ

นานาประโยชน์จากโยเกิร์ต

 


โยเกิร์ตนอกจากจะทำให้ไม่อ้วนแล้ว ยังช่วยทำให้ผิวหน้าเราผ่องใสด้วยค่ะ

เพียงนำโยเกิร์ตมาผสมกับผงวิเศษ และมะนาว นำมาพอกหน้าไว้ประมาณ 15นาที

แล้วล้างออกจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของใบหน้าค่ะ

นอกจากนี้โยเกิร์ตยังช่วยป้องกันโรคหวัดได้อีกด้วยค่ะ

เพียงแค่กินโยเกิร์ตะวันละครึ่งถ้วย

ร่างกายจะช่วยเพิ่มเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ

ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน ไม่เป็นโรคหวัดค่ะ