ยินดีต้อนรับคร้า

Blog นี้ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความสวย ความงาม เคล็ดลับต่างๆเอาใจสาว แต่หนุ่มๆก็เอาไปใช้ได้นะ สนใจ ช่วยกดติดตามกันด้วยนะคร้า ขอบคุณค่ะ

วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554

ขัดผิวกายด้วยกาแฟ


มีเรื่องเล่าว่า ในปี ค.ศ. 1674 ผู้หญิงอังกฤษต่อต้านการดื่มกาแฟ เพราะเป็นต้นเหตุทำให้เหล่าบรรดาสามี ต่างไปชุมนุมกันที่ร้านกาแฟมากกว่าจะยอมอยู่ติดบ้าน  ทำไมผู้คนถึงชอบ หลงเสน่ห์และรักกาแฟ กันนัก  จากการสำรวจวิจัยพบว่า ธุรกิจร้านกาแฟ เป็นกิจการในฝันของคนหนุ่มสาวครึ่งค่อนโลก  สาเหตุที่กาแฟเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก ก็เพราะกาแฟมีกาเฟอีน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารกระตุ้นอ่อน ๆ ที่กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง กล้ามเนื้อหัวใจ ระบบการหายใจ การขับปัสสาวะ และช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้นั่นเอง
สำหรับสาว ๆ ที่รักการมีผิวสวยแล้วละก็  สามารถนำกาแฟมาบำรุงผิวพรรณได้เป็นอย่างดีการขัดผิวเป็นเสน่ห์อย่างของสาวเอเชียมาแต่โบราณ ซึ่งมักใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติต่าง ๆ มาขัดผิว
การขัดผิวด้วยกาแฟจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้ผิวสวย เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยที่เป็นคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวของกาแฟผสมอยู่นั่นเอง  นอกจากนี้กาแฟยังมีคุณสมบัติในการช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนของน้ำเหลืองซึ่งเป็นระบบการกำจัดของเสียทำงานได้ดียิ่งขึ้น
มีสูตรกาแฟเพื่อผิวสวยมาฝากสาว ๆ  ( เนื้อหาส่วนใหญ่ตรงกับคำบอกเล่าจากปากของผู้ทดลองใช้จริงซึ่งเป็นเพื่อนของผู้เขียนเอง และผู้เขียนก็เป็นฝ่ายสนับสนุนผงกาแฟ )
1.    สูตรสครับกาแฟบริสุทธิ์
โดยการนำผงกาแฟที่บดละเอียด (ผงที่พร้อมใช้ชงกาแฟดื่มนั่นแหล่ะ)  2  ช้อนโต๊ะ ผสมนมสด น้ำผึ้ง ในสัดส่วนที่พอดีสังเกตว่าไม่ข้นเกินไป และไม่เหลวเกินไป จากนั้นนำส่วนผสมที่เข้ากันดีแล้ว นำมาขัดผิววนเป็นวงกลมตั้งแต่ปลายเท้าไล่ขึ้นมาตามลำตัว แขนไหล่ หน้าอก ควรนวดวนไปมาหลายๆ  ครั้ง ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นจึงอาบน้ำล้างตัวตามปกติ ผิวจะสวยเปล่งปลั่ง (อันนี้ผู้เขียนยังไม่เคยพิสูจน์นะ  ผู้เล่าบอกว่าเปล่งปลั่ง ก็เชื่อตามนั้น)
2.    สูตรกาแฟสมุนไพร
คล้ายๆ กะสูตรแรกเพียงเพิ่มส่วนผสมบางอย่างอีกเล็กน้อยก็ได้แก่ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ  ไพล (พืชหัวชนิดหนึ่ง) ดินสอพอง  ใส่ส่วนผสมเหล่านี้อย่างละ ช้อนชา ผสมให้เข้ากันแล้วนำมาพอกหน้า พอกตัว (ต่างจากวิธีแรกที่ใช้ขัด) พอกไว้ 10 นาทีค่อยล้างออก ทำสัปดาห์ละครั้งก็พอ  ไม่สวยเด้งให้รู้ไป
3.    สูตรกาแฟผสมเกลือ
สูตรนี้มีเกลือสำหรับขัดผิวมาร่วมด้วย (เกลือทะเลสำหรับขัดผิว) รวมทั้งมีน้ำมันงาและฟองน้ำนุ่ม ๆ  ก่อนขัดผิวต้องราดน้ำจนตัวเปียกชุ่มก่อนเป็นลำดับแรก จากนั้นใช้ฟองน้ำชุบน้ำมันงาแตะตามลำตัวบริเวณที่จะขัด แตะเกลือและกาแฟผงบริสุทธิ์ นำมาขัดเบา ๆมือ ให้ทั่วตัวแล้วค่อยล้างออก
ได้ข้อมูลใหม่แบบนี้อย่ารอช้า ลองไปทำกันดูเลยดีกว่า เพราะเรื่องผิวสวยรอกันไม่ได้หรอก จริงมั๊ยสาวๆ

ดูแลผิวสวยด้วยมะพร้าว


หากพูดถึงมะพร้าวหลายๆคนคงนึกถึงรสชาดที่หอมหวานชวนรับประทาน แต่จะมีกี่คนที่รู้ว่ามะพร้าว สามารถนำมาใช้ดูแลผิวสวยของเราได้เช่นกัน

อุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิด 
น้ำมะพร้าวถือเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่จากธรรมชาติ (Natural Mineral Drink) เพราะอุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม เหล็ก โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ทองแดง กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ และวิตามินบี แถมยังมีน้ำตาลกลูโคสที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้ทันทีอีกด้วย

    ชะลออาการอัลไซเมอร์

การดื่มน้ำมะพร้าวทุกวันจะช่วยชะลออาการอัลไซเมอร์ได้ จากผลงานวิจัยของ ดร.นิซาอูดะห์ ระเด่นอาหมัด อาจารย์ประจำภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า ในน้ำมะพร้าวมีฮอร์โมนคล้ายฮอร์โมนเพศหญิงหรือเอสโตรเจนสูง ซึ่งมีผลช่วยชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์หรือความจำเสื่อมในสตรีวัยทอง นอกจากนี้ การดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำทุกวันยังสามารถช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้นกว่าปกติ และไม่ทิ้งรอยแผลเป็น

    ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

ผิวสวยด้วยการดื่มน้ำมะพร้าวถือเป็นจุดเด่นที่ไม่ควรมองข้าม เพราะน้ำมะพร้าวสามารถช่วยเสริมสร้างความสวยใสของผิวพรรณ ทำให้เปล่งปลั่งและขาวนวลขึ้นจากภายในสู่ภายนอก เพราะในน้ำมะพร้าวมีเอสโตรเจนอยู่ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น และชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ ไม่เพียงเท่านี้ ในน้ำมะพร้าวยังสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตและแบ่งเซลล์ได้ดี แถมยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ขับของเสียหรือสารพิษออกจากร่างกาย จึงช่วยให้ผิวพรรณผ่องใส อีกทั้งความเป็นด่างของน้ำมะพร้าวยังช่วยปรับสมดุลของร่างกายในช่วงที่มีความเป็นกรดสูง ทำให้กลไกการทำงานของระบบภายในเป็นปกติ ส่งผลให้มีสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก

    สปอร์ตดริ๊งค์จากธรรมชาติ 

น้ำมะพร้าวมีปริมาณเกลือแร่ที่จำเป็นสูง รวมทั้งมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาความอ่อนเพลียเนื่องจากอาการท้องเสียหรือท้องร่วงได้ จึงจัดเป็นสปอร์ตดริ๊งค์ (Sport Drink) สามารถดื่มหลังการสูญเสียเหงื่อจากการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย นอกจากนี้ ในประเทศไต้หวันและประเทศจีน ยังนิยมดื่มน้ำมะพร้าวเพื่อลดอาการเมาหลังการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย
รู้ประโยชน์กันอย่างนี้แล้ว รับออกจากบ้านไปซื้อมะพร้าวกันดีกว่า นำมารับประทานเพื่อความอร่อย และดูและผิวไปพร้อมๆกันเลย

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

วันนี้ขอแนะเคล็ดลับวิธีการบำรุงผิวหน้าด้วยสูตรธรรมชาติจากผลไม้มาบอก


เริ่มจาก นำมะละกอสุกบดละเอียดประมาณ 2 ช้อนชา พอกหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเป็นประจำวันละครั้ง ผิวหน้าจะเนียนขึ้นและช่วยลดริ้วร้อย
โลชั่นน้ำผลไม้ นำน้ำแตงกวา น้ำมะเขือเทศ น้ำมะนาว และน้ำแตงโม อย่างละ 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน จากนั้นใช้สำลีแต้มส่วนผสมเช็ดเบาๆให้ทั่วใบหน้า เพื่อช่วยสมานผิวและกระชับรูขุมขนแทนการใช้โทนเนอร์
มอยส์เจอไรเซอร์น้ำผึ้ง ใช้น้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชา อุ่นด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณครึ่งนาที จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็นแล้วทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จึงเช็ดออกแล้วล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น ผิวหน้าเนียนนุ่มขึ้น วิธีนี้ยังช่วยกำจัดสิวหัวดำอีกด้วย
สุดท้าย โลชั่นน้ำนมผสมเปลือกกล้วยหอม ใช้เปลือกกล้วยหอมสุก 1 ผล ล้างให้สะอาดแล้ว หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เติมน้ำนมสดลงไปประมาณครึ่งถ้วย บดให้ละเอียดเข้ากัน ใช้แทน โลชั่นสำหรับผิวแห้งหรือเกรียมแดด ทั้งยังช่วยขจัดฝุ่นละออง ที่คั่งค้างอยู่ตามผิวหน้า ด้วย โลชั่นน้ำนมเปลือกกล้วยนี้สามารถเก็บใส่ขวดแช่ในตู้เย็นเก็บไว้ใช้ได้ อยากผิวสวยสดใส ลองทำตามวิธีที่แนะนำดูได้
ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิว

วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554

ข้อศอกด้านทำอย่างไรดี?...เรามีวิธีแก้มาฝากค่ะ

ปัญหาข้อศอกด้านนั้นเป็นสิ่งที่เราไม่ตั้งใจให้เกิด แต่ก็เกิดเนื่องจากการทำกิจกรรม(บางอย่าง)ในชีวิตประจำวันของเรานั่นเอง ซึ่งกิจกรรมบางอย่างที่เราทำอยู่นั้นตัวเราเองก็ไม่รู้เลยว่าจะส่งผลร้ายต่อ ผิวพรรณของเราได้ เช่น การเท้าโต๊ะด้วยศอกเป็นเวลานานๆ จะส่งผลเสียที่ตามมานั่นคือ ข้อศอกของคุณจะด้าน ดังนั้นเราลองมาดูวิธีการแก้ไขกันดีกว่าค่ะ



1. เลิกเท้าโต๊ะด้วยข้อศอก มิเช่นนั้นต่อให้นวัตกรรมเริ่ดแค่ไหนข้อศอกก็จะกลับมาด้านอีก ผิวหนังบริเวณข้อศอกมีหน้าที่ปกป้องข้อต่อ กล้ามเนื้อ และกระดูก มันจึงต้องปรับตัวตามแรงกดดันที่ได้รับ เช่นเดียวกับ ผิวหนังบริเวณส้นเท้าและเข่าหรือปลายนิ้วของคนเล่นกีตาร์ แต่ข้อศอกของคุณไม่จำเป็นต้องได้รับการปกป้องมากขนาดนั้น แต่ถ้าคุณเท้าศอกบ่อย ๆ โดยเฉพาะคนที่นั่งโต๊ะผิวที่ตายแล้วก็จะทับถมกันเรื่อย ๆ
2. รักษาความสะอาด ข้อศอกที่ทำงานหนักมักจะแห้งและไม่น่าดู พอคุณยืดแขน ผิวก็จะย่น เกิดการหมักหมม การทำความสะอาดจึงเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยป้องกันผิวด้านและขับไล่เชื้อโรค แต่ควรจะหลีกเลี่ยงสบู่ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือที่เป็นกรดรุนแรง เพราะอาจทำให้ผิวยิ่งแห้งเข้าไปอีก
3. ขัดผิว เอาเซลล์ใหม่ ๆ ขึ้นมาแทนที่เซลล์เก่าอยู่เสมอ อาจจะเป็นอีกหนทางหนึ่งในการบรรเทา "ผิวหนังไก่" ที่ข้อศอกและต้นแขนได้ คุณอาจขัดระหว่างอาบน้ำและตามด้วยโลชั่นที่มีส่วนผสมของกรดแล็กติกก็ได้
4. เพิ่มความชุ่มชื้น เพราะ ข้อศอกไม่ค่อยมีต่อมที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นอย่างที่ผิวส่วนอื่นมี การทาปิโตรเลียมเจลลี่หรือครีมที่มีความชุ่มชื้นแบบพิเศษจึงช่วยได้ เช่นเดียวกับการดื่มน้ำมาก ๆ
5. ไปพบแพทย์ เพราะบางทีข้อศอกก็แห้งและด้านเกินเยียวยาบางครั้งอาจเป็นโรคสะเก็ดเงินหรือ ว่าเป็นโรคผิวหนังอักเสบ ซึ่งอาจจะทำให้ผิวหนาและแห้งแบบที่คุณรักษาเองไม่หาย ดังนั้น ควรไปพบแพทย์ผิวหนังดีกว่า หากไม่เป็นโรคก็จะได้หมดห่วงและยังประเมินได้ด้วยว่า คุณจะใช้เลเซอร์หรือทรีตเมนต์แบบไหนในการรักษา

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554

เคล็ด ลับความสวย ดูแลผิวหน้ามันด้วยสับปะรด

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgXV2f30GxIKRjiy3wf6XuI4kPCF1kS5IOICem_zH5DsPsNCAai6562v_zwDIAf6uxFqF-FCclyVfUFlrC9npfLXkyfYtb6teuSVNSB0Y5CwgNpSiBUiZsqoj7AMeRtr2bdn3lkVC6mq3w/s1600/PA.jpg 
  เพราะ เรารู้กันดีว่าของสดๆ จากธรรมชาติ ไม่ว่าจาก ผัก ผลไม้ หรือดอกไม้หลายๆ ชนิดมีสารบำรุงที่มีประโยชน์ต่อการบำรุงผิว และเสี่ยงต่อการแพ้ได้น้อย เราจึงสามารถนำของสดๆ มาพอกบำรุงผิวหน้ากันโดยตรงกันได้เลย เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น และมอบสารอาหารให้ซึบซาบลงสู่ผิวชั้นนอก ขับให้ผิวสวย นุ่มเนียนทันทีหลังล้างออก
        แต่ก่อนลงมือคว้าของดีจากตู้เย็นมาปรุงสูตรมาสก์หน้า ขอแนะนำสักนิดว่า ก่อนอื่นควรดูสภาพผิวของเราเองก่อนอื่นใด ว่ามีสภาพผิวแบบไหน และมีประวัติแพ้อะไรมาบ้าง จากนั้นจึงเลือกผลไม้ที่เหมาะกับผิวเราจริงๆ อาทิเช่น คนที่ผิวแห้ง ก็ควรเลือกอาหารผิวที่ช่วยเติมน้ำให้ผิว ในขณะที่คนผิวมันควรเลือกอาหารผิวที่ให้ความตึงกระชับ และมีรสเปรี้ยวนิดๆ หรือคนมีสิว มีรอยแผลเป็น ก็ควรเลือกสารสกัดที่มีกรดธรรมชาติในการลดเลือนรอยสิวให้จางลงพร้อมการบำรุง ที่ดีไปในตัว
      นอกจากนี้ การเลือกส่วนผสมในการมาสก์หน้าที่เข้ากันได้ก็สำคัญไม่น้อยเลย อย่าลืมเชียวว่า แม้การปรุงสูตรสวยสไตล์ธรรมชาติๆ อย่างนี้จะไม่มีข้อจำกัดมากมายนัก แต่ก็ควรเลือกชนิดที่เข้ากัน และมีปฏิกิริยาทางเคมีที่ส่งเสริมกันด้วย หรือถ้าให้ง่ายเข้า ก็ลองพกสูตรที่เรานำมาฝากไปปรุงสวยกันก่อน งานนี้คงมีสักสูตรที่โดนใจเป็นแน่ เพราะ 10 สูตรเหล่านี้ ไม่ลองไม่ได้เลย ง่ายๆ แค่บดแล้วนำมาผสมกัน ก็นำไปพอกบนหน้าสะอาดๆ ได้เลย

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

8 สูตรมาสก์หน้าผลไม้ ทำเองเลยง่ายดี

1. แตงกวาบด + โยเกิร์ต (หรือนม)
        อยากมีผิวนุ่มๆ ต้องสูตรนี้เลย เน้นว่าเอาแตงกวาปอกเปลือกก่อนแล้วสับละเอียด ผสมโยเกิร์ตแบบที่ไม่มีรสสักนิด ผิวจะได้ชุ่มชื่นทันที
2. มะขามเปียก + น้ำผึ้ง
        สูตรนี้อาจเติมน้ำผึ้งมากหน่อย เพราะมะขามเปียกมีความเป็นกรดรรมชาติสูง สูตรนี้ช่วยให้ผิวขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติได้เลย
3. แอปเปิ้ลบด + น้ำผึ้ง
        กินแอปเปิลแล้วผิวสวย และยังดีต่อผิวด้วย เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย สูตรนี้ใช้ได้กับทุกผิว
4. กล้วยบด + โยเกิร์ต + น้ำผึ้ง
        ใครผิวมันขอแนะนำ เพราะกล้วยบดดีจริงๆ กับการควบคุมความมัน ใช้แล้วผิวนุ่มจนสัมผัสได้
5. มะละกอ + ฟักทอง + น้ำผึ้ง
        สูตรนี้ให้กลิ่นหอมสดชื่นมากๆ มะละกอและฟักทองบดยังช่วยเติมสารแอนติออกซิแดนท์ให้ผิวได้โดยตรง
6. มะเขือเทศ + มะนาว + น้ำผึ้ง
        วิตามินเพียบ สูตรนี้กระชับผิวนี้ใช้ได้ทุกสภาพผิวจริงๆ แถมในมะเขือเทศยังมีไลโคปีน ที่ดีต่อการลดฝ้าได้ด้วย
7. ผงขมิ้น + ดินสอพอง + มะนาว
        สูตรไทยแท้ๆ ที่นอกจากผิวจะเนียนสวยขึ้นด้วยขมิ้น ก็ยังเป็นส่วนผสมที่ลงตัวในการลดสิวได้ดีอีกด้วย
8. ว่านหางจระเข้  + โยเกิร์ต
        ปรับผิวให้ขาวใส ชุ่มชื่น หอมนุ่มได้เลย เพราะว่านหางจระเข้นั้นดีกับผิวแห้ง ผิวมีสิว และผิวคล้ำแดดที่สุด


ขอขอบคุณ ข้อมูลจากผลิตภัณฑ์สบายอารมณ์ อ่านไอเดียแนวทางธรรมชาติได้ทุกวันที่ www.sabai-arom.com

เคล็ดลับกำจัดความหยาบกร้าน


วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สปาที่บ้านด้วยตัวคุณเอง

ถ้าคุณอยากจะเปลี่ยน บรรยากาศในบ้านให้เป็นสปาแบบง่ายๆ เพื่อใช้เวลาในวันว่างโดยไม่ต้องไปเสียเงินแพงๆ ก็น่าจะทำเองได้ไม่ยาก เพียงแต่จัดบริเวณที่ชอบที่สุด เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือห้องน้ำ เก็บกวาดให้สะอาด ตกแต่งบรรยากาศด้วยต้นไม้ดอกไม้ หรือหาอ่างน้ำลอยกลีบดอกไม้มาวางสักใบก็ให้บรรยากาศชุ่มเย็นดี อาจหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบลงไปบนเตาอุ่นให้ร้อนจนกลิ่นหอมฟุ้งกระจาย ทั่วห้อง เติมสีสันอีกนิดด้วยเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ ช่วยผ่อน-คลายจิตใจให้สบาย จัดการอาบน้ำ ล้างหน้า ชำระร่างกายให้สะอาดสดชื่น ก่อนจะเริ่มการบำบัดโดยการนวดให้กันและกัน หรือทำสปาบำรุงผิวด้วยการบรรเลงสิ่งต่างๆ ลงบนผิวตัว ผิวหน้า และเส้นผมของคุณเองตามที่เราจะแนะนำต่อไป

คุณค่าจากธรรมชาติที่คุณหาได้ใกล้มือพืช ผักผลไม้หลายชนิดมีวิตามิน แร่ธาตุ และสารประกอบที่ช่วยในการบำรุงผิวพรรณและเส้นผม ตัวอย่างที่เรานำมาแนะนำเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่หาง่าย ราคาไม่แพง แต่ได้ผลดีสุดคุ้ม จะเลือกใช้อย่างไรคงต้องพิจารณาจากสภาพผิวของคุณเองด้วย มาดูกันว่าสามารถหยิบอะไรมาใช้ได้บ้าง
ขมิ้นชัน สีเหลืองอมส้ม ที่นิยมนำมาทำแกงเหลือง หรือแกงปักษ์ใต้ มีฤทธิ์ร้อนในตัวเอง จัดเป็นพระเอกของการรักษาผิว ช่วยลบจุดด่างดำทำให้ผิวเปล่งปลั่งเนียนขึ้น บรรเทาผดผื่นคันทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และช่วยรักษาสิวทำให้สิวสุกและแห้งเร็ว สามารถใช้ได้ทั้งแบบแห้งและเปียก

แบบแห้ง นำขมิ้นชันมาปอกเปลือก แล้วฝานเป็นแผ่นบางๆ นำมาทาที่ผิวบริเวณที่เป็นผดผื่นคันโดยตรง ทิ้งไว้ประมาณ 30-60 นาทีค่อยล้างออก หากต้องการเก็บไว้นานก็นำไปตากแห้งแล้วค่อยบดให้ละเอียดจนเป็นผงใช้ทาบนผิว หรือผสมกับสมุนไพรอื่นๆ

แบบเปียก มาขมิ้นชันมาคั้นกับน้ำ ผสมดินสอพอง มะขามเปียก ใช้ขัดหรือพอกผิวได้ หรือต้มกับน้ำ ผสมเป็นน้ำอาบ หรือลงไปแช่ทั้งตัวก็ได้

ดินสอพอง ที่เรานิยมเอามาประแป้งกันในวันสงกรานต์ ทำจากดินขาวหรือเกาลินที่มักจะนำมาผ่านกระบวนการอบร่ำกับกลิ่นดอกไม้มาแล้ว เป็นแป้งที่มีความเย็นจึงช่วยบรรเทาผดผื่นได้ หรือทำเป็นดินพอกหน้า ช่วยกระชับรูขุมขนให้ผิวเรียบเนียนขึ้นไม่แพ้ครีมพอกหน้าที่ขายกันแพงๆ (หากสังเกตดีๆ จะเห็นส่วนผสมที่ทำจากดินเกาลินเหมือนกัน) ก่อนใช้ควรนำดินสอพองมาอบ หรือคั่วในกระทะให้ร้อนเพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วบดให้ละเอียด ผสมกับผงขมิ้น ในอัตราส่วน 10 : 1 สำหรับผู้ใหญ่ และ 20 : 1 สำหรับใช้ในเด็ก เวลาใช้นำไปผสมน้ำเย็นจัดพอให้ข้น ทาให้ทั่วผิว พอกทิ้งไว้ 15-30 นาที เหมาะกับคนที่ผิวบอบบางแพ้ง่าย หากผสมกับนมสดจะใช้บำรุงผิวให้นุ่มนวล หรือคนที่ผิวมันหรือผิวแห้งมากอาจนำดินสอพองที่ผสมผงขมิ้นแล้วมาเติมน้ำผึ้ง ลงไปสัก 2 ช้อนโต๊ะ พอกหน้าไว้ประมาณ 5-10 นาทีแล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น จะช่วยปรับสภาพผิวได้ดีขึ้น
น้ำผึ้ง ในเชิงแพทย์แผนโบราณถือว่าน้ำผึ้งเป็นยาอายุวัฒนะ มีการใช้น้ำผึ้งเป็นตัวประสานเนื้อยาสมุนไพรในการทำยาลูกกลอนมาแต่โบราณ เมื่อใช้กับการบำรุงผิวก็จะแทนมอยสเจอไรเซอร์ ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งชุ่มชื่นและนุ่มนวล เหมาะกับฟื้นฟูสภาพผิวที่แห้ง แตกเป็นขุย หรือผิวมัน

วิธีใช้ ให้นำน้ำผึ้งประมาณ 3 ช้อนโต๊ะผสมกับดินสอพองหรือผงขมิ้น ครึ่งช้อนชา ใช้แทนครีมนวดหน้า ประมาณ 15 นาทีจึงล้างออก หรือหากต้องการบำรุงผิวเป็นพิเศษสำหรับคนผิวหน้ามัน ให้เอาน้ำผึ้งผสมไข่ขาวทาให้ ทั่วใบหน้า (เว้นรอบดวงตา) หากผิวแห้ง ใช้น้ำผึ้งผสม ไข่แดง หรือโยเกิร์ต ช่วยบำรุงผิวล้ำลึกถึงผิวชั้นในได้

มะขามเปียก คุณทราบไหมว่ามะขามเปียกเป็นสินค้าส่งออกของบ้านเราไปยังประเทศที่ผลิต น้ำมันเพื่อไปล้างท่อน้ำมัน เป็นข้อยืนยันว่ามะขามเปียกมีสรรพคุณในการทำความสะอาดความมันบนใบหน้าอย่าง ล้ำลึก ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง โดยเฉพาะจะเหมาะมากกับผู้ใหญ่ที่เริ่มมีริ้วรอยเหี่ยวย่น หรือคนที่เป็นฝ้า ในมะขามเปียกจะมีสาร AHA ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป และมีสารเคลือบผิวเป็นฟิล์มบางๆ ช่วยเคลือบเซลล์ที่เริ่มแห้งเพราะสูญเสียความชุ่มชื้น เมื่อใช้เป็นประจำจะค่อยๆ ลบเลือนริ้วรอยได้ และช่วยทำให้ผิวเต่งตึงขึ้น

วิธีใช
้ เวลาเราไปซื้อมะขามเปียกจากตลาดจะขายเป็นปั้นๆ ขนาดกำมือ แบ่งมาสักส่วนหนึ่ง ดึงใยและผิวแข็งๆ ออกให้เหลือแต่เนื้อและกากเล็กน้อย ใช้ถูนวดบนผิวหนังเป็น scrub ได้อย่างดี หรือเติมน้ำแล้วคั้นกรองเอาแต่น้ำมะขามให้ได้น้ำประมาณ 1 ถ้วยเล็กๆ นำมาชโลมผิวตัว ถ้าผิวหน้าก็ใช้เพียง 1-2 ช้อนโต๊ะ ทิ้งไว้ 3-5 นาที ค่อยล้างออก
มะเขือเทศ ช่วยบำรุงผิวให้นุ่มเนียนใสเป็นสีชมพู โดยใช้มะเขือเทศสุกลูกโตๆ 1 ลูก แช่ให้เย็น แล้วนำมาฝานเป็นแว่นบางๆ แปะไว้ให้ทั่วผิวหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 30-60 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำเย็น หรืออาจใช้มะเขือเทศสีดาที่ใช้ทำส้มตำสัก 2-3 ลูก นำมาเจาะแล้วคว้านเอาน้ำข้างในออกมาชโลมผิวหน้า หรือผ่าแบ่งครึ่งแล้วกลับเอาด้านในออกมาคลึงเคล้าไปบนใบหน้าก็ได้

แตงกวา เราสามารถใช้น้ำที่คั้นจากแตงกวามาชะโลมที่ผิว เพื่อรักษาความชุ่มชื้นบนใบหน้า และรอบดวงตา โดยเฉพาะช่วงหลังจากตากแดดมานานๆ ทำให้ผิวเย็น นำแตงกวา 2 ลูกหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วใส่เครื่องปั่นให้ละเอียด ผสมกับน้ำวุ้นว่านหางจระเข้และน้ำผึ้ง ใช้ล้างหน้าแทนสบู่ หรือพอกไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก หรือฝานเป็นแว่นบางๆ วางแปะบนผิวหน้า พอรู้สึกว่าแห้งติดผิวแล้วก็ดึงออกเป็นมาสก์ (mask) ที่ช่วยดึงสิ่งสกปรกและเซลล์ที่ตายแล้วหลุดออกจากผิวหนังไปด้วย เป็นการรักษาความสะอาดในชั้นผิวที่ลึกขึ้น แล้วค่อยล้างน้ำออกเป็นปกติ
ว่านหางจระเข้ เป็นพืชสารพัดประโยชน์ ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว เคลือบผิวเพื่อรักษาสมดุลของน้ำและไขมันใต้ผิวหนัง รักษาผิวอักเสบ และผิวที่ถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวกได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยปรับสภาพผิวไม่ให้แห้งหรือมันมากเกินไป และรักษาสิว ฝ้า
วิธี ใช้ เมื่อตัดว่านหางจระเข้แล้วแช่น้ำไว้สักครู่ให้ยางเหลืองไหลออกมา ปอกเปลือกแล้วล้างยางออกให้หมด เพราะส่วนนี้มีฤทธิ์กัดผิว นำแต่วุ้นสีขาวด้านในมาหั่นเป็นแผ่นบางๆ ทาบนผิวเป็นประจำช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง หรือบดให้ละเอียดคั้นจนได้น้ำวุ้นชโลมผิวบริเวณที่ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ให้เร็วที่สุด จะช่วยลดการพุพองให้น้อยลง และช่วยสมานผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากใครต้องการแก้สิวฝ้าใบหน้าด่างดำ ให้นำวุ้นแปะให้ทั่วใบหน้าพอกไว้จนแห้งประมาณ 30 นาทีเป็นอย่างน้อย แล้วค่อยล้างออก

นอกจากนี้ยังวุ้นของว่านหางจระเข้ก็ยังสามารถนำมา ใช้หมักผมได้ ทำให้ผมนุ่มสลวย ในคนที่ผมเริ่มเปลี่ยนสีก็สามารถใช้ส่วนที่เป็นยางสีเหลืองที่ติดเปลือกมาทา ละเลงบนเส้นผม ช่วยย้อมให้ผมเป็นสีดำ เงางามยิ่งขึ้น แต่ต้องระวังควรใส่ถุงมือเวลาทำ เพราะยางเหลืองนี้มีฤทธิ์กัดผิว และเมื่อถูกผิวจะเปลี่ยนเป็นสีคล้ำอาจเกิดรอยด่างดำได้

น้ำมันมะกอก สามารถนำมาผสมกับน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบเล็กน้อย แล้วใช้เป็นน้ำมันนวดตัว เพื่อบำรุงผิวให้นุ่มนวลโดยเฉพาะกับคนที่ผิวแห้ง หรือนำมาใช้หมักผมเพื่อบำรุงให้ผมนุ่มสลวยไม่แห้งกรอบ ด้วยการชโลมน้ำมันเล็กน้อยประมาณ 1 ช้อนชาบนเส้นผมแล้วเอา ผ้าขนหนูอุ่นๆ ห่อไว้ เพื่อความร้อนจะได้ช่วยเปิดให้รูขุมขนขยายตัวรับอาหารที่ให้เข้าไปอย่างเต็ม ที่ หมักทิ้งไว้สัก 15 นาที แล้วค่อยสระออก สำหรับคนที่มีเส้นผมค่อนข้างอ่อนจัดทรงยาก อาจเอาน้ำมันมะกอกตีกับไข่แดงแล้วใช้หมักผมวิธีเดียวกัน โปรตีน และทองแดงในไข่แดงจะเคลือบบนเส้นผมช่วยให้ผมแข็งแรง มีน้ำหนักมากขึ้น

สูต รทรีตเมนต์ต่างๆ ตามภูมิปัญญาไทยเหล่านี้จะเห็นว่าเป็น การรวมวิธีการบำบัดทั้ง 5 แบบที่กล่าวถึงข้างต้นไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน คุณสามารถทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ หรือหมุนเวียนเปลี่ยนสูตรต่างๆ กันไป แล้วค่อยล้างออกด้วยการอาบน้ำสระผมตามปกติ ในการอาบน้ำ ยังอาจนำ ใยบวบ ที่เป็นเส้นใยธรรมชาติมาใช้แทนฟองน้ำช่วยขัดผิวและกระตุ้นการไหลเวียนของ เลือด ช่วยทำให้ผิวสะอาดและสดชื่นยิ่งขึ้น

เมื่อผิวคุณได้รับอาหาร อย่างเต็มที่ ก็จะมีสุขภาพดีและแข็งแรง และคุณเองก็ต้องไม่ลืมที่จะรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ เน้นความหลากหลายโดยเฉพาะผักและผลไม้เพื่อเสริมวิตามินและเกลือแร่ให้กับ ร่างกาย ลดของมันๆ ให้น้อยลง และทำ จิตใจให้เบิกบาน สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอยู่เสมอ เท่านี้ คุณก็จะได้ประโยชน์จากสปาสูตรบำรุงความสวยที่คุณทำได้เองที่บ้านอย่างเต็ม ที่แล้วล่ะค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สตอเบอรี่เพื่อสุขภาพ

"สตรอเบอรี่" ผลไม้เพื่อสุขภาพ



ความน่าสนใจของ "สตรอเบอรี่" ใช่แต่จะเพียงมีรูปทรงของผลที่สวยงาม เป็นเอกลักษณ์ละม้ายคล้ายหัวใจเท่านั้น เมื่อพิจารณาในแง่ของโภชนาการแล้ว ก็ยิ่งทำให้ “สตรอเบอรี่” เป็นผลไม้ที่ไม่ควรมองข้ามเลยเชียวล่ะ เพราะว่า..


"ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน""สตรอเบอรี่" เป็นผลไม้ที่มีวิตามินเอ, ฟอสฟอรัส, แคลเซียม และที่สำคัญคือมีวิตามินซี จำนวนมหาศาล โดยในวิตามินซีนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่ามีกรดอินทรีย์สำคัญที่เรียกว่า "กรดแอสคอร์บิก" (Ascorbic acid) ซึ่งช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ทั้งยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกายต่อโรคภัยต่างๆ เช่น โรคภูมิแพ้ และโรคหวัด เป็นต้น ที่สำคัญคือ ยังช่วยชะลอความชรา และการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร อีกด้วย


"ช่วยต้านอนุมูลอิสระ...สะกัดมะเร็ง"
หากเปรียบเทียบกับผลไม้ส่วนใหญ่ สตรอเบอรี่มีพลังสูงมากในการต้านอนุมูลอิสระ โดยมีกรดอินทรีย์, วิตามินซี และเอ, ฟอสฟอรัส, แคลเซี่ยม ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง และโรคหลอดเลือดอุดตัน ซึ่งจากผลการศึกษาพบว่า เมื่อเทียบน้ำหนักที่เท่ากันกับผลไม้ชนิดอื่น พลังในการต้านอนุมูลอิสระของสตรอเบอรี่สูงกว่าส้มถึงหนึ่งเท่าครึ่ง สูงกว่าองุ่นแดงถึงสองเท่า สูงกว่ากีวีสามเท่า สูงกว่ากล้วยหอม และมะเขือเทศเจ็ดเท่า และสูงกว่าแพรถึงสิบห้าเท่า...ว้าว!



นอกจากนี้ ผลสตรอเบอรี่ยังอุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์อีกหลายชนิด เช่น เคอซิติน (quercetin)  แอนโทไซยานิน (anthocyanin) เคมเพอรอล (kaempferol) รวมถึงวิตามินซีดังที่กล่าวมา ซึ่งพบว่ามีอยู่ในอัตราที่สูงมาก (สตรอเบอรี่ฝานบางๆ  1  ถ้วยจะมีวิตามินซี  ประมาณ  94  กรัม) โดยมีผลงานวิจัยมากมายยืนยันว่า สารดังกล่าวได้ไปช่วยยับยั้งการสร้างสารคาร์ซิโนเจน (Carcinogens)  ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการก่อโรคมะเร็ง รวมทั้งไปบล็อคกลไกหรือกระบวน (ตั้งแต่เริ่มแรก) ไม่ให้เกิดโรคขึ้น และถ้าเกิดขึ้นแล้ว มันก็จะไปยับยั้งเนื้องอก (tumors) ไม่ให้เจริญอีกต่อไป

ผิวขาวใสเร็วทันใจด้วยสตรอเบอร์รี่

มีเคล็ดลับ ความสวย สำหรับคนอยากสวย แต่ไม่ค่อยมีเวลามาฝากกันจ้า...


สิ่งที่ต้องดูแลรองลงมาจากผิวหน้า คือ ดวงตากับริมฝีปากสำคัญที่สุด การดัดขนตากับปัดมาสคาร่าคือ การเสริมเสน่ห์ดวงตาที่ง่ายที่สุด เคล็ดลับง่าย ๆ คือ ดัดขนตา 3 ครั้ง แล้วปัดมาสคาร่าซ้ำอีก 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย ดวงตาจะดูสวยขึ้นทันที และลิปสติกที่ทำให้ปากสวยอิ่มชุ่มฉ่ำ อย่างลิปกลอสที่ ทำให้ริมฝีปากน่ามองอย่างเป็นธรรมชาติ และดูสุขภาพดี


เคล็ดลับ ความสวย

            ผิวขาวใสเร็วทันใจด้วยสตรอเบอร์รี่ ให้พอกหน้าด้วยสตรอเบอร์รี่ฝานบาง ๆ หรือสับละเอียดทิ้งไว้สักพัก ระหว่างนั้นจะรับประทานส่วนที่เหลือไปด้วยก็ได้ หลัล้างออกแล้วจะพบว่าผิวขาวขึ้น ดูสดใสเปล่งปลั่งขึ้นทันตา นั่นเพราะสตรอเบอร์รี่มีสารฤทธิ์แรงช่วยเพิ่มเลือดฝาดให้ผิว และช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวให้กลับมามีชีวิตชีวา

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เคล็ดลับความสวย ดูแลข้อศอกและหัวเข่าด้วยน้ำผึ้ง



ข้อ ศอกและหัวเข่า ต้องได้รับการดูแลตลอด แม้ไม่ใช่ฤดูหนาวก็ตาม เพื่อไม่ให้ผิวพรรณบริเวณนั้นนุ่มนวลไม่แห้งกร้าน โดยเฉพาะในฤดูหนาวหรือคนที่ต้องทำงานในห้องแอร์ตลอด ข้อศอกและหัวเข่านั้นจะดูแห้งกร้านและมีรอยคล้ำจนเห็นได้ชัดกว่าส่วนอื่นๆ  ในตอนนี้เรามาดูแลผิวพรรณบริเวณข้อศอกและหัวเข่าด้วยน้ำผึ้งกันดีกว่า

* ขั้นตอนแรก เตรียมน้ำผึ้งแท้ประมาณ 6-7 ช้อนโต๊ะ แล้วนำไปอุ่นให้พอดี อย่าให้ร้อนจนเกินไป

* ขั้นตอนที่สอง ทำความสะอาดข้อศอก มือและหัวเข่าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นกับสบู่ แล้วซับให้แห้งด้วยผ้าขนหนู

* ขั้นตอนสุดท้าย ใช้ปลายนิ้วแตะน้ำผึ้งอุ่นๆที่เตรียมไว้ มาทาถูให้ทั่วๆข้อศอกและหัวเข่าทั้ง 2 ข้าง ขณะกำลังทาน้ำผึ้งนั้นก็ให้ออกแรงนวดคลึงบริเวณนั้นด้วย ทาจนน้ำผึ้งที่เตรียมไว้จนหมด แล้วทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นกับสบู่ เป็นอันเรียบร้อย



วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

6 สูตรพอกหน้า ขัดผิว ด้วยวิธีธรรมชาติ


สูตร 1 ครีมพอกหน้าแตงกวา (เหมาะสำหรับสาวผิวมันและผิวผสม)
ส่วนผสม  ใช้แตงกวา 1 ผล ไข่ไก่ 1 ฟอง (ใช้เฉพาะไข่ขาว) และมะนาว 1 เสี้ยว
วิธีทำ  หั่นแตงกวาเป็นแว่นบางๆ นำไปปั่นพร้อมกับไข่ขาว และบีบน้ำมะนาวลงไป ปั่นจนละเอียดเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบปากและดวงหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างหน้าตามปกติ
หมั่นทำบ่อยๆ ทุกสัปดาห์ จะช่วยลดความมันส่วนเกิน และช่วยสมานผิวหน้า กระชับรูขุมขน ช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียน เต่งตึงและและนุ่มนวลชุ่มชื้น

สูตร 2 พอกหน้าด้วยมะขามเปียก
ส่วนผสม  มะนาวเปียก 1 ก้อน ดินสอพอง 2-3 เม็ด
วิธีทำ  นำมาขยี้รวมกันจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างสะอาดผิวหน้าก็จะสดใส เต่งตึง เรียบเนียนขึ้น

สูตร 3 โทนเนอร์น้ำผลไม้
ส่วนผสม  น้ำแตงกวา มะเขือเทศ มะนาว และแตงโม อย่างละ 1 ช้อนชา
วิธีทำ  นำส่วนผสมทั้งหมดกวนให้เข้ากัน ใช้สำลีจุ่มส่วนผสมเช็ดเบาๆ ให้ทั่วหน้า น้ำผลไม้สูตรนี้จะช่วยสมานผิวและกระชับรูขุมขนเหมือนการใช้โทนเนอร์


สูตร 4 ครีมบำรุงผิวจากแตงกวา
ส่วนผสม แตงกวา
วิธีทำ  นอกจากแตงกวาจะนำมาใช้บำรุงผิวหน้าแบบง่ายๆ ที่เห็นกันบ่อยๆ คือ การฝานแตงกวาเป็นแผ่นบางๆ แปะไว้ตามใบหน้า วิตามินซีที่อยู่ในแตงกวาจะทำให้รู้สึกผิวนุ่มทันทีหลังใช้ อีกทั้งการนำแตงกวามาบด แล้วใช้ผ้าขาวบางกรองเอาแต่น้ำแล้วนำมาถูตัว จะรู้สึกหอมเย็นสบาย และช่วยให้ผิวสะอาด ไม่แห้งเป็นขุยอีกด้วย

สูตร 5 พอกหน้าด้วยขมิ้นสด
ส่วนผสม  ขมิ้นสดเล็กน้อย ดินสองพอง 2-3 เม็ด มะนาว 1ผล (เอาแต่น้ำ)
วิธีทำ ล้าง ขมิ้นสดให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ รวมกับดินสอพองและน้ำมะนาวจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน พอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

สูตร 6 สูตรอายุรเวทตำรับแพทย์อินเดียโบราณ
ส่วนผสม น้ำสับปะรดหรือมะละกอคั้น 1 ช้อนโต๊ะ ไข่แดงครึ่งช้อนชา น้ำส้มแอ๊ปเปิ๊ลไซดอร์ 1 ช้อนชา
วิธีทำ  นำส่วนผสมทั้งมากวนให้เข้ากัน ต่อจากนั้นนำมาทางบนมือหรือเท้า ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงจึงล้างออก คุณจะสัมผัสความนุ่มและคืนความชุ่มชื้นของผิวพรรณ สูตรนี้สามารถใช้ได้ทั้งมือและเท้า เป็นสูตรที่ผสมขึ้นจากธรรมชาติ จึงไม่เป็นพิษเป็นภัยกับผิวสวยๆ ของคุณ

ได้สูตรจากก้นครัวไปแล้ว อย่าลืมไปดูแลตัวเองกันนะคะ

นานาประโยชน์จากโยเกิร์ต

 


โยเกิร์ตนอกจากจะทำให้ไม่อ้วนแล้ว ยังช่วยทำให้ผิวหน้าเราผ่องใสด้วยค่ะ

เพียงนำโยเกิร์ตมาผสมกับผงวิเศษ และมะนาว นำมาพอกหน้าไว้ประมาณ 15นาที

แล้วล้างออกจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของใบหน้าค่ะ

นอกจากนี้โยเกิร์ตยังช่วยป้องกันโรคหวัดได้อีกด้วยค่ะ

เพียงแค่กินโยเกิร์ตะวันละครึ่งถ้วย

ร่างกายจะช่วยเพิ่มเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ

ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน ไม่เป็นโรคหวัดค่ะ